สิ่งที่เกิดขึ้น

ริกส์แบงก์ (ธนาคารกลางสวีเดน) ประกาศว่าการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับปัจจุบันถือเป็นทางเลือกที่สมดุลดีแล้วในขณะนี้ ขณะเดียวกันคณะกรรมการนโยบายการเงินระบุว่าความน่าจะเป็นที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปีนี้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการประเมินในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สอดคล้องกับการปรับประมาณการอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระยะข้างหน้าให้สูงขึ้นเล็กน้อย และธนาคารกลางยังย้ำว่าพร้อมปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินอย่างเต็มที่หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง

Aerial view of a Nordic coastline at dusk showing distant shipping traffic and port facilities along the shore, with calm waters and overcast sky dominating the frame.
ริกส์แบงก์คงดอกเบี้ย เพิ่มโอกาสขึ้นปลายปี

อัตราเงินเฟ้อในสวีเดนยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการทางการคลังที่ช่วยกดระดับเงินเฟ้อลง ในทางกลับกัน อัตราเงินเฟ้อในต่างประเทศกลับปรับตัวสูงขึ้น และแรงกดดันด้านต้นทุนของภาคธุรกิจสวีเดนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ประเด็นสำคัญ

  • ริกส์แบงก์เห็นว่าการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับปัจจุบันมีความสมดุลดีแล้วในขณะนี้
  • คณะกรรมการนโยบายการเงินระบุว่าโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปีนี้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการประเมินในเดือนมีนาคม
  • ริกส์แบงก์ปรับเพิ่มประมาณการอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระยะข้างหน้าให้สูงขึ้นเล็กน้อย
  • ธนาคารกลางระบุว่าพร้อมปรับนโยบายการเงินอย่างเต็มที่หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง

ใครได้รับผลกระทบ

สำหรับผู้ที่เทรดค่าเงินโครนาสวีเดน (SEK) หรือถือครองบัญชีที่มีความเชื่อมโยงกับตลาดยุโรปเหนือ การที่ริกส์แบงก์ปรับเพิ่มโอกาสขึ้นดอกเบี้ยและประมาณการอัตราดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า อาจทำให้ต้องติดตามทิศทางนโยบายการเงินของสวีเดนอย่างใกล้ชิดมากขึ้น

ภาคครัวเรือนสวีเดนยังคงมีการบริโภคที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่มั่นคง และอำนาจซื้อของประชาชนก็แข็งแกร่งขึ้น ขณะที่ตลาดแรงงานยังอยู่ในภาวะฟื้นตัวที่ยังไม่มั่นคงนัก

ในภาพรวมเศรษฐกิจ กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสวีเดนยังอ่อนแอกว่าระดับปกติเล็กน้อย และตัวเลขการเติบโตในไตรมาสแรกออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้ริกส์แบงก์จะยังคาดการณ์ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้จะสูงกว่าปีที่แล้ว

สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป

ปัจจัยที่ต้องจับตาต่อไปคือสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งความขัดข้องด้านอุปทานจากสงครามได้เพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ขณะเดียวกันก็ฉุดพัฒนาการทางเศรษฐกิจลงบ้าง โดยความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซทำให้อุปทานผลิตภัณฑ์น้ำมันลดลงและผลักดันราคาพลังงานและเชื้อเพลิงให้สูงขึ้น สถานการณ์ความขัดข้องด้านอุปทานดังกล่าวดำเนินมาแล้วเกือบสี่เดือน และริกส์แบงก์ใช้ราคาน้ำมันล่วงหน้าเป็นพื้นฐานในการจัดทำประมาณการ

อีกปัจจัยที่น่าสนใจคือความคืบหน้าทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งมีการประกาศบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding) ระหว่างสองประเทศ ขณะที่ในภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังเผชิญความเปราะบางจากมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูงและหนี้สาธารณะที่สูงเกินระดับที่ยั่งยืน